หัวข้อ: KIAT  (อ่าน 111 ครั้ง)

เมษายน 25, 2017, 06:43:36 AM



หุ้น KIAT เกียรติธนาขนส่ง ทำธุรกิจขนส่งหลายๆอย่าง อาทิเช่น สารเคมีอันตราย แร่ ก๊าซLNG เป็นต้น อยู่ในตลาด mai มาก็หลายปี เคยโดนลากทะลุฟ้ามา 2 รอบ พาร์เก่า1 บาท พาร์ใหม่ 0.1 บาท ราคาปัจจุบัน ณ พาร์ 0.1 บาท คือ 0.67 มีรายย่อยติดดอยราคาเกินบาทกันเยอะมาก ปี 58 เคยลากกันไปถึง 1.8 เพราะเล่นข่าวว่าจะแตกไลน์ไปทำธุรกิจพลังงาน มีรายใหญ่มาเพิ่มทุน PP กันที่ 0.8 บาท แต่กาลเวลาผ่านไปก็โอละพ่อ ธุรกิจพลังงานชีวะมวลก็ไม่ทำต่อ แถมธุรกิจก๊าซLNG ที่ว่าจะทำก็ไม่ได้ทำเพราะราคาน้ำมันดันลงเอาๆ จะทำก๊าซLNG ขายก็ไม่น่าจะคุ้ม

ท้ายที่สุด รายใหญ่ที่เข้่ามาเพิ่มทุน PP ที่ 0.8 ก็ขายทิ้งที่ราคาเกินบาทไปเกือบหมด ไม่เหลือชื่อติดรายชื่อผู้ถือหุ้นแล้ว เงินที่เพิ่มทุนมา 400 ล้านบาท ก็ไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไร จึงกลายเป็นบริษัทที่มีสถานะเงินสดล้นบริษัท ต้องเอาเงินไปลงทุนในรูปแบบเงินลงทุนระยะสั้น เพราะยังไม่มีโครงการลงทุนอะไรใหม่ๆให้เงินงอกเงย ราคาหุ้นก็เลยเหี่ยวลงมาทุกวันๆตั้งแต่ปี 58 จนปัจจุบันผ่านมา2ปีแล้ว ยังเหี่ยวได้อย่างคงเส้นคงวา



ว่ากันถึงธุรกิจหลักของบริษัทกลับไม่ได้แย่ไปตามราคาหุ้น เพียงแต่กำไรมันไม่ได้ growth มันแค่อยู่นิ่งๆของมันไม่ไปไหน รอวันว่าถ้ากำไร growth แบบเป็นเนื้อเป็นหนังเมื่อไหร่ ราคาหุ้นอาจจะกลับมา

ดูจากตารางข้อมูลทางการเงิน แม้รายได้ของบริษัทจะลดลงมาตลอดตั้งแต่ปี 56 แต่กำไรกลับไม่ค่อยลดตาม เมื่อค้นลึกเข้าไป พบว่า อัตราการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เพราะหนี้ที่มีดอกเบี้ยของบริษัทลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปีนั่นเอง

บริษัทวิ่งขนส่ง ทำสัญญาระยะยาว จึงมีรายได้ค่อนข้างแน่นอน สองปีที่ผ่านมาไม่มีงานใหญ่ๆเพิ่ม ไม่ได้มีการเพิ่มฟลีทรถอย่างจริงๆจังๆ จนเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ได้มีการควักเงินที่กองอยู่เฉยๆในบริษัท 117ล้าน เอาไปซื้อฟลีทรถเพิ่ม26คัน เพื่อมารับงานขนส่งCNGของปตท.ลาดหลุมแก้ว งานนี้อาจได้เห็นรายได้ของ KIAT เพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญได้บ้างจากจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นมา
KIAT จะมีโอกาส growth ของกำไรได้หรือไม่ เดี๋ยวเราจะมาลงรายละเอียดกันต่อ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2017, 11:04:32 PM โดย admin »


ตอบกลับ #1 เมษายน 25, 2017, 06:53:47 AM
Chirapong Eakpanich ผมว่าประเด็น เรื่อง growth ส่วนใหญ่เท่าที่เจอสำหรับ บ นี้ เวลาสัญญาใหม่มา มักจะเป็นการสิ้นสุดสัญญาเดิมอะครับ เป็นแบบนี้ทุกที กำไรมันเลยไม่โต แบบขั้นบันได ไปเรื่อยๆ แบบพวก บ ที่มีฐานลูกค้า มี recurring income และงานส่วนใหญ่ มักได้จาก ปตท ทำให้พึ่งพึงลูกค้าหลักรายเดียวมากเกินไป ถ้าไม่ลดราคาแข้งก็ไม่ได้งาน พอลดราคา margin ก็ตกและช่วงหลังพอเข้าตลาด เลยทำให้คู่แข่งรู้รายละเอียดจน มาลดราคาแข่งกัน


ตอบกลับ #2 เมษายน 25, 2017, 06:54:49 AM
KIAT (2)

ความหวังของผู้ถือหุ้น KIAT ว่าจะลงจากดอยอินทนนท์ได้หรือไม่ อยู่ที่ผลประกอบการบริษัท ว่ามันจะ growth ได้ดั่งใจคิดหรือเปล่า

ถ้ากำไรยังอยู่แค่หลัก 110-120 ล้าน/ปี คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.042-044 ราคาหุ้นก็คงจะไม่ไปไหน เพราะราคาที่ 0.67 ณ วันนี้ คิดเป็น PE ก็อยู่ในระดับ 15 เท่า สูงเกินไปสำหรับธุรกิจกึ่งคอมโมดิตี้ ที่ความแตกต่างจากคู่แข่งอาจจะไม่ได้มีมากเท่าไหร่

ข้อดีของบริษัทคือ มาตรฐานและประสบการณ์ในการขนส่งเคมีและวัตถุอันตราย ที่ทำให้คู่แข่งรายใหม่ๆเข้ามาแข่งยาก แต่ปัญหาคือว่า ธุรกิจขนส่งเคมีดังกล่าวกลับอยู่ในสภาพdropลงเรื่อยๆ จากรายได้ที่ตกลงมาตลอดทุกปีของ KIAT
สิ่งที่จะทำให้บริษัทโตได้คือการขยายฟลีทขนส่งและรับงานให้ได้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทางKIAT ก็ได้พยายามที่จะรับงานขนส่งเพิ่มในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือไปจากการขนส่งเคมี ซึ่งความชัดเจนของการขยายฟลีทขนส่งไปยังอุตสาหกรรมอื่น ผูั้บริหารบอกว่าน่าจะชัดเจนภายในครึ่งปีแรกของปี60
ผู้ถือหุ้นรายย่อยก็ต้องคอยติดตามข่าวกันต่อไป ว่าการลงทุนใหม่ๆจะเกิดขึ้นได้ไหมในปีนี้

ซึ่งแน่่นอนว่าเรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องทำ เพราะการเอาเงินเพิ่มทุนกองทิ้งไว้เฉยๆไม่ได้ใช้อะไร มันบ่งบอกว่าบริษัทคอนเซอร์เวทีฟเกินไป ไม่กล้าลงทุนอะไรใหม่ๆเพิ่มเติม

ที่ผ่านมา ควักไป 117 ล้านซื้อหัวลากใหม่มา 27 หัวเพื่อส่งงานให้ปตท.แล้ว เงินที่เหลืออีกสองร้อยกว่าล้านก็ยังไม่ได้เอาไปใช้อะไร ถ้ามีการลงขยายอะไรใหม่ๆที่น่าสนใจ ก็สามารถทำได้เลยเพราะเงินทุนรออยู่

นอกเหนือจากธุรกิจขนส่ง บริษัทเริ่มทำตลาดระบบป้องกันอุบัติเหตุสำหรับคนขับรถ ซึ่งผู้บริหารบอกในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า น่าจะมีกำไรเสริมจากธุรกิจขนส่งในปีนี้ประมาณ 8-10 ล้านบาท

ต้องมาดูกันว่า สิ่งที่ผู้บริหารบอกมา จะเป็นจริงหรือเป็นแค่การพูดเพื่อให้เวลาผ่านไปอีกปี รายย่อยที่ยังอยู่บนยอดดอยและยังไม่ยอมมอบตัวก็ต้องคอยลุ้นกันต่อไปว่าจะมีใครมารับลงจากดอยหรือเปล่า....