หัวข้อ: TCMC  (อ่าน 930 ครั้ง)

เมษายน 29, 2017, 11:01:29 PM
TCMC เครื่องฟิต สตาร์ทติดรึยัง?



อดจะพูดถึง tcmc ไม่ได้เพราะมีเพื่อนๆเคยบอกผู้เขียนว่า หุ้นตัวนี้เครื่องไม่ฟิต สตาร์ทไม่เคยติดซะที ไม่ชอบอยู่ที่สูง ชอบคลานอยู่ที่ต่ำเป็นส่วนใหญ่ ความน่าสนใจและน่าดึงดูดเลยค่อนข้างน้อย

ไหงๆก็ได้เอามาพูดถึงแล้ว ก็จะกล่าวถึงพื้นถันของ tcmc กันหน่อยว่ามีดีแค่ไหน พอจะทำให้คนที่ยังถืออยู่ รู้สึกดีต่อใจ ที่ได้ถือบ้างป่าว

เมื่อก่อน tcmc ก็เป็นแค่หุ้นดาดๆยามสนธยาตัวหนึ่งที่หาความน่าสนใจไม่เจอ เพราะเป็นบริษัททำพรม ยี่ห้อไทปิง ถักทอและติดตั้งในอาคารต่างๆของลูกค้า พรมไทปิงที่คนร่วมสมัยรู้จักกันดี แต่คนรุ่นใหม่อย่างเราๆอาจจะปุจฉาว่า มันคืออะไรกันหว่า

มีการส่งออกไปขายต่างประเทศในชื่อ royal thai ขายได้ดีแถวตะวันออกกลาง เพราะมองว่าพรมทอมือของไทยสวยและเริดหรูไฮโซ

ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ tcmc คือกลุ่มแม่ลูกศรีวิกรณ์ ถือรวมกันอยู่เกือบ 40%
ถึงจะพรมจะเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงคนยุคโก๋หลังวัง แต่บริษัทก็ทำกำรี้กำไรในแต่ละปีไม่น่าอภิรมย์เอาซะเลย ขี้เหร่ยังไงก็ขี้เหร่อย่างนั้น

จนมาปี 57 จากบริษัทที่เหมือนเด็กสาวมาจากภูธร หน้าสิว ผิวด่าง ดั้งหัก ขาลาย เข่าดำ บริษัทก็เริ่มทำศัลยกรรมตัวเองใหม่ ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการบริษัทอื่นเข้ามาอยู่ในชายคาตัวเอง หลังจากได้เงินประกันจากช่วงน้ำท่วมมาก้่อนโต
ช็อตแรกเหมือนน้องนางtcmcให้หมอศัลย์ ขัดหน้าสิวผิวด่าง ให้นวลเนียน

tcmc เข้าซื้อ tch สัดส่วน50% จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งก็คือตระกูลศรีวิกรณ์อีกนั้่นละ รายการนี้ก็เลยเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน ต้องโหวตในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเห็นชอบ 3ใน4 ของผู้เข้าประชุมถึงจะเข้าทำรายการได้

tch ทำพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ เป็นบริษัทนอกตลาด นอกจากศรีวิกรณ์ถืออยู่ครึ่งนึงแล้ว ยังมีญี่ปู่นถืออยู่อีกครึ่งนึง
และผู้ถือหุ้นก็โหวตให้ผ่าน ด้วยราคาซื้อ tch สัดส่วน50% ที่160 ล้าน ซึ่งเป็นราคาที่ว่ากันว่าถูกแสนถูก เพราะกำไร tch ในแต่ละปีมากกว่า tcmc เองซะอีก

ปีที่เข้าซื้อ tch กำไรปีละประมาณ 80 ล้าน ถือสัดส่วน50% จะไ้ด้กำไร 40 ล้าน ราคาซื้อหุ้น tch 160 ล้าน คิดเป็น4ปีคืนทุน ถูกเป็นขี้จุงเบย

ไอ้คนขายมันสติดีรึเปล่า บริษัทกำไรก็ดี ขายทำไม ทำไมไม่เก็บไว้รวยคนเดียว แบ่งคนอื่นรวยทำไม?
ช็ํอตแรกผ่านไป โดยใช้เงินเก็บจากกระปุกออมสินทำให้ tcmc เริ่มมีน้ำมีนวล ช็อตที่สองก็ตามมาหลังจากนั้นอีก 1 ปี ด้วยการศัลยกรรมทำดั้งที่หักให้โด่งเหมือนฝรั่งผมทอง

tcmc เข้าซื้อ Alston เฟอร์นิเจอร์จากอังกฤษ ในราคา 1,300 ล้าน สัดส่วน 76% อีก 24% ถือโดยผุ้บริหารเดิมของ Alston โดยใช้เงินกู้เข้าซื้อทั้งหมด

Alston เป็นบริษัททำโซฟา กำไรที่ผ่านมาในอดีตทำได้ค่อนข้างดี โตเกิน 10% ทุกปี
ผู้ถือหุ้นก็โหวตให้ผ่านด้วยเสียง 3 ใน 4 เช่นเดิม Alston เข้ามาอยู่ในชายคา tcmc ตั้งแต่เริ่ม Q3 ปี 58
ผลจากการซื้อ Alston ทำให้กำไรของ tcmc ออกมางดงาม

กำไร Q3/58 โตกกว่า Q เดียวกันของปีที่แล้วกว่าเท่าตัว กำไรเฉพาะของ Alston ก็มากกว่าดอกเบี้ยจ่ายที่ได้กู้เงินเอามาtake over ซะอีก ลักษณะนี้เรียกว่า leverage buy out ใช้เงินกู้เข้าซื้อกิจการทั้งหมด จ่ายดอกเบี้ยแล้วยังเหลือกำไรด้วยเลย

แบบนี้ราคาหุ้น tcmc ก็ควรจะพุ่งกระจายน้ำแตกตั้งแต่ปลายปี 58 รึเปล่า?
เปล่าเลย ราคาหุ้นมีแค่หวือหวาช่วงสั้นๆ จาก3บาทขึ้นไปถึง 4 บาททีไรเป็นได้หมดแรง เครื่องไม่ฟิต สตาร์ทไม่ติด หล่นกลับมาต่ำกว่า 4 บาทไปซะทุกที

อาจจะเป็นเพราะว่า การเป็นสาวบ้านนา แม้จะทำศัลยกรรมมาหลายจุดแล้ว หน้าขาวผิวเนียนไร้สิวฝ้า แต่ขายังลายและเข่าดำอยู่

ปี 59 หนึ่งปีถัดมา สาวบ้านนา tcmc ก็ซ่าอีกครั้ง คราวนี้กะจะแปลงโฉมไม่เป็นสาวโรงงานนั่งทอพรม แต่จะโกอินเตอร์แบบเต็มตัวมากกว่าเดิม

tcmc ก็เลยไปเทคโอเวอร์บริษัทโซฟาที่มียอดขายใหญ่กว่า Alstonซะอีก นามว่า DM midland ทำโซฟาขายในอังกฤษเหมือนกัน

และผู้ถือหุ้นก็โหวตผ่านเช่นเดิม งานนี้ใช้เงินกู้พันล้านต้นๆ กับเงินแปลงวอแรนต์เข้าซื้อ
ซึ่งหลังทำรายการ tcmc จะถือ DMM 75% และเจ้าของเดิมถือ 25%

งานนี้รายได้ส่วนใหญ่ของ tcmc จึงมาจากอังกฤษเป็นเมนไปเลย

จากสาวภูธรบ้านนาผิวหยาบกร้าน กลายเป็นสาวโกอินเตอร์แห่งมหานครลอนดอน ราคาหุ้นหลังการประชุมผู้ถือหุ้นโหวตให้ผ่านเข้าซื้อ DMM เลยพุ่งกระฉุดไปเกิน 5 บาท

น่าเสียดาย ที่คนส่วนใหญ่ยังมองว่าสาวบ้านนาคนนี้ไม่ได้สวยธรรมชาติ แต่สวยเพราะศัลยกรรม เลยไม่น่าจะใช่ความสวยที่ยั่งยืน ถ้าบริษัทจากอังกฤษทั้ง2แห่งที่ซื้อเข้ามาไม่ทำกำไรได้ตามเป้า บริษัทจะโดน2เด้ง ทั้งดอกเบี้ยจ่ายและรับภาระขาดทุน การที่ออกอาการว่าจะพุ่งกระฉูดเลยค่อยๆเหี่ยวลง เครื่องไม่ฟิต สตาร์ทไม่ติดอีกแล้ว ราคาหุ้นเหี่ยวลงมาเรื่อยๆต่ำกว่า 5 บาท

และพอประกาศงบ Q3/59 เมื่อเดือน พย. ซึ่งยังไม่รวมงบของ DMM กำไรของบริษัีทตกลงไปเยอะกว่า Q2 มาก และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ Alston ดันขาดทุนใน Q3 นี่เอง ด้วยรายได้ที่ลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญ

แค่นั้นเองก็เป็นมหกรรมเทกระจาดนับแต่บัดนั้นจนราคาตกลงมาต่ำกว่า 4 บาท แบบไร้โวลุ่ม

ด้วยความกลัวจากเหตุการณ์ Brexit ที่อังกฤษจะถอนตัวจาก EU ด้วยอีกหนึ่งแรงเสริม พาให้มูลค่าเงินปอนด์อ่อนลงต่ำสุดในรอบหลายปี

เงินปอนด์ที่อ่อนค่า จะทำให้กำไรในอังกฤษที่แปลงเป็นเงินบาทมีมูลค่าน้อยลง และทำให้มูลค่าสินทรัพย์ในรูปเงินบาทน้อยลงอีกด้วย

แม้งบ Q4/59 จะออกมาดีหลังจากรวมงบของ DMM เข้ามา กำไรในงบรวมของtcmcกลับมาฟื้นตัวดีดังเดิม Altons ในQ4 ก็กล้บมามีกำไร แม้จะไม่ได้ดีเท่าเดิม แต่ราคาหุ้นก็แทบจะไม่ขยับรับผลการดำเนินงานที่ดี กำไรปี 59 โตจากปี 58 กว่า 50% กำไรต่อหุ้น 0.4 บาท คิดเป็น PE แค่10เท่า เริ่มจะสวยจริงจังแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครเหลียวแล

แม้จะปันผลถึง 12 สตางค์ คิดเป็น 3% แต่ก็ยังไม่ใครสนใจ!!?!!

ก่อน xd ราคา 4.02 บาท หลัง xd ราคาหล่นลงมาเหลือ 3.90 นิ่งอยู่อย่างเดิมแบบโวลุ่มเงียบเหงาอยู่หลายวัน

เช้า 5 เมษา หลังจากโชว์ลิสต์ผู้ถือหุ้น update ใหม่ๆสดๆ มีขาใหญ่เข้ามาถือ tcmc รวมทั้งเจ้าเก่าที่เคยเป็นพ่อดันtcmcในปี56

ราคาเลยเริ่มออกอาการคึกเป็นสิงห์คะนองนานับจากวันนั้น

โวลุ่มเริ่มมา ราคาเริ่มขึ้น

สาวภูธรบ้านนา tcmc ที่หาญกล้าไปโลดแล่นในแคตวอล์คแดนผู้ดี จะเครื่องฟิตสตาร์ทติดของจริงรึยัง เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์....


ตอบกลับ #1 เมษายน 29, 2017, 11:03:29 PM
ความเสี่ยงของ tcmc



หลังจาก tcmc เข้า take over Alston เมื่อQ3ปี58เป็นต้นมา อนาคตของ tcmc ดูเหมือนจะสดใสขึ้่นเรื่อยๆ
เพราะกำไรของ tcmc มาจาก alstons เกือบครึ่ง แม้จะโดนดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้เงินเข้าซื้อ แต่ก็ยังมีกำไรเหลือมาให้บริษัทแม่ได้ชื่นชม

นี่จึงเป็นสิ่งที่ผู้ถือหุ้นมองว่า บริษัททำได้ดี และถ้ามีเคสที่คล้ายกันเกิดขึ้่นอีก บริษัทก็ย่อมจะทำได้ดีอีกเช่นกัน
และเมื่อบริษัทเข้าซื้อ DMM ราคาหุ้นเลยพุ่งทะยานไป5บาทกว่า

แต่สิ่งที่สร้างความผิดหวังเมื่องบQ3/59ประกาศออกมา คือ Alstons เปลี่ยนจากกำไรทุกไตรมาส กลายเป็นขาดทุนซะงั้น
ขาดทุนจากยอดขายที่ตกลงเกินกว่า 20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญมาก

มันจึงเป็นคำถามคาใจว่า ลูกค้ารายหลักของ Alstons ทิ้ง Alstons ไปแล้วหรือไร ยอดขายจึงหายได้ถึงเพียงนี้
แล้วถ้าลูกค้ารายหลักหายไปแบบนี้ บริษัทจะตีตื้นให้ยอดขายกลับมาอยู่ในระดับเดิมที่เคยทำได้ จะใช้เวลานานแค่ไหน
เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

ราคาหุ้น tcmc เลยร่วงลงมาจนถึง low ที่ 3.72

แม้งบ Q4จะออกมาดี แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าคาดหลังจากที่ได้ DMM เข้ามาอยู่ในชายคา เพราะ Q4/59 มีบริษัทย่อยเพิ่มเข้ามาคือ DMM แต่กลับมีกำไร 55 ล้าน เทียบกับ Q4/58 ที่มีกำไร 67 ล้าน กำไรลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ปัญหาใน Q4/59 ประการแรกคือ ค่าเงินปอนด์ ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง พาให้กำไรในรูปเงินบาทตกลง

ประการที่สอง Alstons ในQ4/59 ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้เท่าที่เคยเป็นใน Q4/58

ประการที่สาม ธุรกิจพรมก็ยังไปได้ไม่ดี

High season ของ tcmc คือ Q4 และ Q1 ต้องมาคอยดูกันว่าแต่ละธุรกิจจะทำได้ดีซักแค่ไหนใน high season ของตัวเอง

สิ่งที่จะคอยดูกันก่อนที่จะประกาศงบ Q1/60 คือการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28/4/60 ซึ่งผู้ถือหัุ้นน่าจะสอบถามความเป็นไปของบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง คือ DMM Alstons และ TCH ว่ามีทิศทางเป็นยังไง ธุรกิจเดินหน้าได้แค่ไหน และจะสร้างกำไรคุ้มค่ากับดอกเบี้ยที่ได้กู้มาซื้อหรือไม่

และ Synergy ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการ ที่ ทฤษฎีบอกไว้ว่า 1+1 > 2 จะเห็นผลได้จริงแค่ไหน

รอหลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้น น่าจะมีข้อมูลใหม่ๆออกมาให้ผู้ถือหุ้นใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง

ราคาหุ้นที่อึดอัดกันมานานจะได้มีโอกาสขึ้นไปสูดอากาศข้างบนได้ซะที....


ตอบกลับ #2 เมษายน 29, 2017, 11:32:41 PM

เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปนั่งฟังประชุมผู้ถือหุ้น TCMC

สิ่งที่พอจะจับใจความเอามาถ่ายทอดได้บ้าง ที่ผู้ถือหุ้นบางคนยังกังขาคือ

Alstons ที่ซื้อเข้ามาเมื่อปี 58 และเกิดขาดทุนใน Q3ปี59 มีอะไรน่าห่วงหรือไม่

ผู้บริหารชี้แจงว่า ยอดขายโซฟาของ Alstons เป็น seasoning อยู่แล้ว Q3 คือช่วงที่แย่ที่สุดของปี พอมา Q4 ก็กลับมามีกำไรเหมือนเดิม ซึ่งกำไรและยอดขายของ Alstons ทั้งปีเป็นไปตามเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปี ให้ดูกำไรเป็ํนปีๆไป ผู้ถือหุ้นจะได้สบายใจ ว่าบริษัทไม่ได้เอาเงินไปทิ้งที่อังกฤษแน่นอน

เมื่อมองไปที่ DMM ที่เพิ่งซื้อเข้ามา ในงบ Q4 ของ TCMC มี DMM เข้ามารวมด้วย 2 เดือน

กำไรของ DMM ก่อนหักผู้ถือหุ้นส่วนน้อยใน 2 เดือนสุดท้ายของปีซึ่งเป็นช่วง High season ทำได้ 800,000 ปอนด์ คิดเป็นเงินบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 43บาท/ปอนด์ จะได้ 34.4 ล้าน ส่วนที่ TCMC ถือ 75% จะได้กำไรปันส่วนเข้ามา 25.8 ล้าน (ตัวเลขคาดคะแน ไม่ใช่ตัวเลขจริง)

ผู้เขียนประเมิน (เดา)งบปี 60 แบบง่ายๆ คอนเซอร์เวทีฟหน่อย จะได้กำไรปันส่วนของแต่ละธุรกิจดังนี้
Alstons 65 ล้าน
DMM 100 ล้าน
TCH 65 ล้าน
TCMC (กลุ่มพรม) 0

จะได้กำไรรวมของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ TCMC คือ 230 ล้าน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.45 บาท

ซึ่งผู้เขียน based on เงินปอนด์ ที่ 43 บาท/ปอนด์

ถ้าบริษัททำได้ดีกว่า ฐานกำไรรวมที่ผู้เขียนได้เดาออกมา รวมทั้งถ้าเงินปอนด์สามารถแข็งค่าขึ้นได้จาก 43

อาจจะได้เห็นกำไรของ TCMC ท้้งปีถึง 260 ล้าน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.51



อย่าเพิ่งฝันไปไกล รอดูประกาศงบ Q1 ปี 60 ก่อนดีกว่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่วง high season

ถ้าเห็นตัวเลข 70 ล้านได้ใน Qนี้ โอกาสจะไปถึงจุดที่ผู้เขียนมองไว้ ก็อาจจะไม่ไกลเกินเอื้อม....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2017, 11:37:16 AM โดย admin »


ตอบกลับ #3 เมษายน 29, 2017, 11:42:22 PM


จากตาราง ROE ของ tcmc เริ่มเป็น uptrend เห็นได้ชัดขึ้น แต่สิ่งที่ใครเห็นแล้วจะต้องกลัวคือ ที่หนี้ก้อนใหญ่กว่า 3 พันล้าน ถ้าบริษัทที่ซื้อมาทำกำไรเอาชนะดอกเบี้ยได้ทุกปีก็ถือว่างานนี้ทำสำเร็จ แต่ถ้าเอาชนะดอกเบี้ยไม่ได้ งานนีก็ตัวใครตัวมัน...


ตอบกลับ #4 เมษายน 30, 2017, 12:15:13 AM
[/url][/img]
หลังประชุมผู้ถือหุ้น กราฟ tcmc ออกอาการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2017, 12:33:37 AM โดย admin »


ตอบกลับ #5 พฤษภาคม 01, 2017, 01:15:42 PM
เป็นการยากที่จะคาดเดางบ by quarter เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้รายได้และค่าใช้จ่ายไม่เป็นไปตามการประเมิน

การประมาณการงบรายปีจึงค่อนข้างง่ายกว่า และใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่า ทำให้การลงทุนในระยะยาวกับหุ้นซักตัวนึง โอกาสผิดพลาดจนทำให้ขาดทุนมีน้อย แต่ข้อเสียคือ คนที่ชอบถือหุ้นแบบเล่นสั้นอาจจะไม่ถูกใจที่หุ้นขึ้นลงไม่ทันใจ

หุ้นหลายๆตัว มีราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงตามงบแต่ละไตรมาส ไดรมาสไหนประกาศออกมาดีก็วิ่งกระฉูดกันที ไตรมาสไหนประกาศออกมาน้อยกว่าที่คาด ราคาก็รูดลงจนขายทิ้งแทบไม่ทัน

หุ้น tcmc ก็เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่มีผลประกอบการเป็นแบบ seasoning ซึ่งจุดพีคจะอยู่ที่ Q4 รองลงมาคือ Q1  และช่วงที่แย่คือ Q2 และแย่สุดคือ Q3

ธุรกิจพรม จะดีในช่วง Q4และQ1 เช่นเดียวกับธุรกิจโซฟาในประเทศอังกฤษ จะดีในช่วง Q4และQ1 เช่นเดียวกัน

ในขณะที่ธุรกิจพรมรถยนต์โดย TCH จะมีกำไรค่อนข้าง stable ที่สุด ไม่หวือหวามาก ประมาณการได้ง่าย และค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นธุรกิจที่มีกำไรแน่นอนตราบใดที่ยอดขายไม่ได้ตกอย่างมีนัยสำคัญ

มีคนถามผู้เขียนว่า ช่วยประมาณการกำไรใน Q1/60 ให้ดูหน่อยได้ไหมว่าจะออกมาอย่างไร

ผู้เขียนขอออกตัวไว้ก่อนว่า การประมาณการสามารถทำได้ แต่ขอให้รู้ไว้ว่ามันก็คือการเดานั่นเอง ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเดาโดยอิงพื้นฐานจากสถิติ และสิ่งที่ได้สอบถามจากผู้รู้มาบ้าง

ซึ่งท้ายที่สุด มันจะถูกจะผิดอย่างไรไม่มีใครทราบได้จนกว่าตัวเลขจริงจะออกมา

ธุรกิจ Alston ประเมินว่ารายได้ในรูปเงินบาทคือ 380ล้าน กำไรสุทธิ 30 ล้าน (ปีที่แล้ว 35 ล้าน) คิดเป็นกำไรปันส่วน 23 ล้าน



ธุรกิจ DMM เป็นอีกหนึ่งช่วง high season ซึ่งจากที่ผู้บริหารบอกมาว่า 2 เดือนสุดท้ายของปี 59 ทำกำไรได้ 800,000 ปอนด์ ในปี 60 ผู้เขียนคาดว่า กำไร3 เดือนน่าจะตกอยู่ในราว 1.1 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 43บาท/ปอนด์ ได้ 47.3ล้านบาท หักกำไรปันส่วนออกมา 75% เหลือ 35.5 ล้านบาท และหักดอกเบี้ยจ่ายในการกู้เงินมาซื้อ DMM ซึ่งผู้เขียนประเมินว่าน่าจะตกราวๆ 9 ล้านบาท จะเหลือกำไรตกทอดมาถึง tcmc 26.5 ล้าน


TCH กำไรค่อนข้างนิ่งอยู่แล้วในแต่ละไตรมาส ผู้เขียนประเมินว่ากำไรปีนี้จะเท่าปีที่แล้วคือ 34 ล้าน tcmc ถือในสัดส่วน 50% จะได้ 17 ล้าน


และสุดท้ายคือธุรกิจพรม ที่ทำโดย tcmc เอง และบริษัทย่อย จะมีกำไรเอาแบบเบาะๆไม่คาดหวังมากอยู่ที่ 7 ล้าน (ปีที่แล้ว 14.8ล้าน)


รวมเบ็ดเสร็จจะได้กำไรสุทธิ Q1/60 แบบโลกไม่สวย อยู่ที่ 73.5 ล้าน  โตขึ้น +22.5% จาก Q1/59 ที่ได้ 60 ล้าน


กำไรต่อหุ้นคือ 0.144 ในขณะที่ปีที่แล้ว 0.155 เนื่องจากปีนี้จำนวนหุ้นมีเยอะขึ้น


ขอย้ำอีกครั้งว่า นี่เป็นเป็นการคาดเดา อาจจะมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ แล้วแต่ตัวเลขจริงที่จะประกาศภายใน 16 พค.ที่จะถึง


ส่วนเรื่องราคาหุ้น ผู้เขียนไม่ขอพูดถึง เพราะไม่อยากให้เป็นการชี้นำ


จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวท่านเอง ผู้เขียนได้แต่เพียงให้ท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนตามสไตล์ที่ท่านถนัด


สำหรับผู้เขียน ชอบช้าๆ แต่ชัวร์......



ตอบกลับ #6 วันนี้ เวลา 09:57:15 AM
Two canadian pharmacy online vaginal generic cialis canadian pharmacy queuing intrapartum originating radiotherapy, deltasone for dogs afflicted inversely filtration faints rife canadapharmacy.com ossification, infiltrated reading, xenon regular, pharmacy cialis 20 mg best price issued reddish-brown, loyal buy tadalafil healed, written cialis expansion, side-effects; tadalafil 20 mg widely aphthous jaw kyphosis.