หัวข้อ: PPP  (อ่าน 278 ครั้ง)

เมษายน 29, 2017, 10:12:20 PM
หุ้น PPP
สำหรับคนที่สนใจหุ้นที่ไม่มีอะไรหวือหวา แต่มีกำไรสม่ำเสมอ PE ต่ำ ซื้อไว้แล้วนอนหลับสบายใจ ไม่กลัวว่าจะโดนทิ้งหนักๆเหมือนหุ้นเจ้าเฝ้าทั้งหลาย

ลองมาดูว่าหุ้น PPP ทำอะไร ธุรกิจมีสิทธิ์ที่จะ growth หรือไม่ จะน่าตื่นตาตื่นใจพอที่จะทำให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปให้ผู้ถือหัุ้นชื่นใจได้รึเปล่า



PPP ย่อมาจากพรีเมียร์โปรดักส์ ทำธุรกิจ 4 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่นระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกรองน้ำสำหรับอาคาร
2) กลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรม เช่นผนังซีเมนต์เสริมใยแก้ว หลังคา ผนังสำเร็จรูป
3) ธุรกิจพลังงานสะอาด
4) กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัตประหยัดพลังงาน

สัดส่วนรายได้ของแต่ละกลุ่มผลิตคือ 56%, 18%, 18% และ 6% ตามลำดับ นั่นคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นตัวทำรายได้หลักๆให้กับ PPP

ว่ากันตามตรง ธุรกิจของ PPP ขึ้นลงตามกระแสของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างเป็นหลัก เพราะผลิตภัณฑ์ที่ทำขายใน2กลุ่มแรกก็รวมกันกว่า 74% ซึ่งสองกลุ่มนี้ทำ gross margin ได้ในระดับ 35%-45% แบบสบายๆ

ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงาน เป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นต่ำที่สุด เพราะคู่แข่งเยอะ ปี59 ที่ผ่านมาก็ขายตราสินค้าและเครื่องหมายการค้า MIRAGE ให้คนอื่นไป ได้กำไรมาประมาณ15 ล้าน

ธุรกิจกลุ่มนี้เป็นเพียงตัวเสริมเพื่อประคองธุรกิจหลักไว้ ไม่ใช่ตัวนำที่จะทำกำไรให้บริษัทอย่างเป็นเนื้่อเป็นหนัง แม้ปี60 บริษัทบอกว่าจะมีผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นคือหลอดไฟLED แต่ไม่น่าจะมีนัยสำคัญพอที่จะผลักดันธุรกิจให้ growth ได้

อีกธุรกิจหนึ่ง คือโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ผ่านบริษัทลูกโดยมีหุ้ันอยู้่76% ปัจจุบัน COD ไปแล้ว 15 เมกะวัตต์
ว่ากันถึงผลการดำเนินงานปี59 บริษัทมีกำไรสุทธิก่อนหักผู้ถือหุ้นส่วนน้อยคือ 179 ล้าน ถ้าหักกำไรของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทย่อยออกไป จะเหลือกำไรสุทธิ 155 ล้าน ในขณะที่ปี58 กำไรสุทธิหลังจากหักผู้ถือหุ้นส่วนน้อยคือ 137 ล้าน เพิ่มขึ้น 13%

เมื่อดู gross profit บริษัททำได้ 399 ล้าน แบ่งสัดส่วนตามแต่ละกลุ่มธุรกิจได้ดังนี้คือ

ผลิตภัณฑ์สิ่งแวดล้อม 210ล้าน(ปี58 206ล้าน)
ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง 15ล้าน(ปี58 8ล้าน)
ผลิตภัณฑ์เครือ่งไฟฟ้าประหยัดพลังงาน 2ล้าน(ปี58 10ล้าน)
ธุรกิจพลังงานสะอาด 172ล้าน(ปี58 191ล้าน)

Gross profit ของปี59 รวมทุกธุรกิจคือ 399 ล้าน ในขณะที่ปี58 คือ 415 ล้าน

Gross profit ลดลง แต่กำไรสุทธิสุงขึ้นเพราะค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวมทั้่งดอกเบี้ยจ่ายลดลงค่อนข้างเยอะ

สิ่งนี้บ่งบอกว่าบริษัทมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวมากในปี59 และผลดีจากหนี้ของบริษัทที่ลดลงเรื่อยๆทุกปี ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจาก 49 เหลือ 40 ล้าน

กำไรต่อหุ้นปี 59 คือ 0.52 บาทในขณะที่ปี 58 คือ 0.46 ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ 6 บาท คิด PE ได้ ประมาณ 11.5 เท่า
ดูตามเนื้อผ้า หุ้น PPP ความเสี่ยง down side risk ค่อนข้างต่ำ เพราะผลประกอบการมีกำไรได้ทุกปีสม่ำเสมอ ราคานี้โอกาสเสียเงินน่าจะน้อย แต่โอกาสได้เงินต้องลุ้นว่าบริษัทจะ growth ได้หรือไม่ในปี 60

ถ้าตลาดอสังหากลับมาได้จริง เมกะโปรเจคของภาครัฐเดินหน้าได้ไม่สะดุด มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น และบริษัทได้ลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ๆเพิ่มเติม นั่นจะเป็นเชื้อเพลิงให้ PPP เดินไปข้างได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ

ถ้ารักจะลองตัวนี้ ต้องคอยอัพเดทสถานการณ์กันเรื่อยๆครับ ถ้ามีสัญญาณการฟื้นตัวแบบชัดๆของวงการก่อสร้าง ไม่ดีเลย์เหมือนปีที่แล้ว แบบนี้มีโอกาสยาวไปได้เหมือนกัน.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2017, 10:19:31 PM โดย admin »


ตอบกลับ #1 เมษายน 29, 2017, 10:21:21 PM


จุดที่น่าสนใจในงบการเงินคือ 1.หนี้ลดลงทุกปีอย่างมีนัยยะสำคัญ 2.อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้น มองว่าเป็นผลมาจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 3.อัตราส่วนสภาพคล่องดีขึ้นทุกปี บ่งบอกว่าสภาพคล่องของบริษัทไม่มีปัญหา มีเงินมาจ่ายเจ้าหนี้ระยะสั้นแน่นอน


ตอบกลับ #2 เมษายน 29, 2017, 10:39:44 PM
จุดที่เด่นสุดของ PPP

เป็นที่รู้กันดีว่า หนี้ของ PPP น้อยลงๆทุกปี

น้อยลงแบบมีนัยสำคัญอีกต่างหาก

ทำให้ในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมา แม้รายได้ไม่ได้เพิ่มอะไรเลย แต่กำไรสุทธิกลับดูดีขึ้นมาก

เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายน้อยลงนี่เอง พาให้อัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นๆทุกปี

8.61% ปี56   
9.47% ปี57
9.04% ปี58
9.91% ปี59

ถ้าไม่มี accident อะไรระหว่างทาง ปี60 น่าจะได้เห็นอัตรากำไรสุทธิเป็นเลขสองหลัก

สิ่งที่ PPP ยังไม่น่าประทับใจมากก็คือรายได้ยอดขาย ที่ไม่มีการเติบโตให้ได้ชื่นใจนัก

สิ่งที่แฟนๆรอความหวังคือ ถ้าทำยอดขายได้ในระดับน้องๆปี57 น่าจะได้ตัวเลขกำไรสุทธิที่งดงาม

ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสม่ำเสมอ แต่ปันผลน้อยในระดับ 2-3% 

มีปันผลเยอะสุดในรอบผลประกอบการปี59นี่เอง ที่ปันได้ถึง 6%

เพราะบริษัทมุ่งที่จะลดจำนวนหนี้เงินกู้นี่เอง จึงทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นโตวันโตคืน เลยเริ่มมีเงินเหลือมาปันผล

ธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์เพือสิ่งแวดล้อมและกลุ่มวัสดุก่อสร้างอุตสาหกรรม ให้ดูธุรกิจก่อสร้างและอสังหาเป็นตัวชี้วัด

ถ้าเริ่มกลับมาบูมเมื่อไหร่ PPP ไปตามแน่นอน

นอกเหนือไปจากนั้น ถ้า PPP รุกโรงไฟฟ้ามากขึ้น ตามที่มีข่าวว่าจะขยายโรงไฟฟ้าให้ COD ได้ถึง 60 เมกกะวัตต์ จากปัจจุบันมี 15 เมกกะวัตต์ โดยจะขยายไปในกลุ่มประเทศ CLMV ด้วย

ก็จะเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะได้เห็นหุ้น PE ต่ำตัวนี้มีโอกาสที่ PE จะสูงขึ้น ตามการเติบโตของกำไร ที่มีตัวไดรฟ์คือหนี้ที่ลดลง และยอดขายที่เพิ่มขึ้น....


ตอบกลับ #3 เมษายน 30, 2017, 12:38:38 AM


กราฟพยายามจะโผล่ให้พ้นน้ำ